ภ.อนุรักษ์ นิธิภัทราภรณ์
บ้านมงฟอร์ตเพื่อการศึกษา(สรุปย่อ)
บ้านมงฟอร์ตเพื่อการศึกษา
Montfort Home for Education 1
Montfort Home for Education 2
From the "Montfort Way" to the "Cooperative Education Way".
Gallery of Montfort Home
Communal Life of Love and Unity of the Mountain People
ผลงานภราดา
ภ.อำนวย ปิ่นรัตน์
ภ.อำนวย ยุ่นประยงค์
ภ.มีศักดิ์ ว่องประชานุกูล
ภ.อนุรักษ์ นิธิภัทราภรณ์
 
 

บ้านมงฟอร์ตเพื่อการศึกษา


ความเป็นมา ผลการวิเคราะห์ไตร่ตรอง จากการรำลึกถึงการรับใช้สังคมไทยด้านการศึกษาครบร้อยปี ของมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทยในปี พ.ศ. 2543 ได้ทำให้มูลนิธิ ฯ จัดตั้งบ้านพักให้กับนักเรียน จากหมู่บ้านไกล ๆ ในย่านดอยอินทนนท์ ที่อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมุ่งประสานให้ผู้เรียน ผู้ปกครอง และหน่วยงานพัฒนาสังคมในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมดำเนินการ

 

ด้วยตระหนักว่า สถาบันการศึกษาในพื้นที่ซึ่งหลาย ๆ หน่วยงานดำเนินการอยู่นั้น เพียงพอที่จะสนองความต้องการอยู่แล้ว มูลนิธิฯ ไม่จำเป็นต้องจัดตั้งโรงเรียนขึ้นอีก จึงสร้างบ้าน “พันธกิจแห่งรัก” ขึ้น เพื่อเป็นที่พักของผู้เรียนที่ด้อยโอกาสกว่า และผู้เรียนบางส่วนมาจากพื้นที่ห่างไกลเกินกว่าจะเข้าถึงการศึกษาในระบบปกติได้ บ้านพักนี้เน้นการอยู่ร่วมกันแบบมีส่วนร่วม บนฐานชีวิตที่พอเพียง

 

หลัง 4 ปีแห่งการดำเนินการ ผลการประเมินพบว่าความพยายามดำเนินการบ้านพักนี้ไม่บรรลุเป้าหมาย เพราะกลุ่มเป้าหมายคุ้นเคยกับการพึ่งพาในระบบอุปถัมภ์มากเกินกว่าจะพยายามร่วมดำเนินการ และ ไม่คุ้นเคยกับความพยายามพัฒนาตนบนฐานชีวิตแท้จริงของตนและชุมชน แต่ยังหวังความช่วยเหลือเชิงสงเคราะห์มากกว่าการเผชิญความจริงของสังคมชนบท ที่ตนยังขาดโอกาสที่เท่าเทียมกับสังคมเมือง แนวคิดชีวิตที่พอเพียงจึงมีความหมายไม่มาก หรืออาจหมายเพียงรูปแบบชีวิตที่พวกเขายิ่งอยากละทิ้ง ประกอบกับระบบการศึกษาที่มุ่งแต่การจัดการศึกษาในระบบ ซึ่งเรียกร้องให้พวกเขายึดแต่รูปแบบการเรียนในโรงเรียนหรือสถานศึกษาเท่านั้น ได้ทำให้พวกเขาล้างสมองตนจากความเป็นจริงของชุมชนบนดอย / ชนบทห่างไกล

 

ความพร่ามัวของความเป็นจริงและเป้าหมายชีวิตเช่นนี้ ได้รับการขยายผลโดยทางเลือกใหม่ที่เสนอให้พวกเขาได้ใช้เป็นวิธีเดินชีวิตให้ดีขึ้นอย่างง่าย ๆ โดยบุคคลและองค์กรทางสังคมสงเคราะห์ ส่วนมากของผู้สงเคราะห์นี้มีทรัพย์ สถานที่ และวิธีการที่ผู้เรียนหรือผู้พักอาศัย ได้บริโภคอย่างสะดวกสบาย โดยพึ่งพาการสงเคราะห์จากภายนอก และเห็นการช่วยเหลือตนเองบนฐานชีวิตของตนด้วยแนวคิดชีวิตพอเพียงเป็นเรื่องที่ยุ่งยากกว่า ประกอบกับสังคมไทยมีความเมตตา เอื้อเฟื้อสูง ผู้ให้มีความสบายใจที่ได้ให้ และยิ่งเมื่อผู้รับแสดงอาการจำเป็นต้องพึ่งพา ผู้ให้ยิ่งสงเคราะห์มากขึ้น จึงยิ่งเป็นการเน้นระดับชนชั้นที่ไม่เสมอภาคกันให้เป็นสิ่งจำเป็นมากยิ่งขึ้น

 

ด้วยเหตุนี้ ความจำเป็นที่ต้องพึ่งพาการสังคมสงเคราะห์จึงเด่นทับแนวคิดชีวิตพอเพียงซึ่งเป็นวิถีชีวิตที่จะสร้าง ให้บุคคลได้สำนึกในศักดิ์ศรีและมีวิวัฒนาการของตนจากภายในได้อย่างยั่งยืน และกระบวนการเติบโตจากภายในนี้คือวิธีการหลักของกระบวนการการศึกษา

 

มูลนิธิ ฯ จึงอนุญาตให้สมาชิกแสวงหานวัตกรรมทางการศึกษา ที่สามารถบูรณาการและมีวิวัฒนาการร่วมไปกับ ชีวิต ความเชื่อ ชุมชน และวัฒนธรรมของแต่ละบริบท ในปี 2547 โดยเน้นกลุ่มชน ชายขอบของสังคมชนบท

 

ผลของการเข้าสู่ชุมชนด้วยวิถีปฏิบัติทางการศึกษา และไม่ใช้วิธีการสงเคราะห์ ได้ทำให้เกิดการจดทะเบียน มูลนิธิใหม่ ใน ปี พ.ศ. 2548 ชื่อ “มูลนิธิชาวดอยร่วมรู้รักสามัคคีเพื่อชีวิต” ที่ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ มุ่งให้เป็นหน่วยงานของชาวดอย เพื่อชาวดอย และ โดยชาวดอย โดยมีวัตถุประสงค์โดยย่อตามชื่อของมูลนิธิฯ

 

มูลนิธิชาวดอยฯ ดำเนินการจากฐานชีวิตเกษตรกรในชนบท มีการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ พยายามผลิต และพัฒนากระบวนการแปรรูปสินค้าเกษตรสู่ตลาด และเปิดบ้านพักให้แก่เด็กชาวดอยและเด็กด้อยโอกาส โดยอาศัยผลผลิตและรายได้จากการประกอบการต่าง ๆ เป็นค่าใช้จ่าย บนฐานของชีวิตที่พอเพียง

 

ในปี 2553 มีเด็กดอยเรียนในระบบ 34 คน สมทบ 6 คน กศน. 7 คน สมาชิกทดลอง 15 คน ครอบครัว 14 ครอบครัวและหมู่บ้านในเครือข่าย ราว 20 หมู่บ้าน และมีบ้านพักนักศึกษาที่ไปเรียนในตัวเมืองเชียงใหม่ โดยตั้งอยู่ที่อำเภอหางดง ชื่อบ้าน “หลุยส์มารี ธีรสถาน” (Louis Marie Scholasticate) และมีพื้นที่ในโครงการเพื่อการเกษตรและขยายผลการดำเนินงาน ที่ อำเภอดอยเต่า อำเภอแม่วางและ อำเภอแม่แจ่ม

 

ในกระบวนการการศึกษาผ่านทางการจัดตั้งมูลนิธิชาวดอยฯ เช่นนี้ มูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียล ได้ร่วมเดินไปกับกลุ่มบุคคลเป้าหมายโดยไม่แทรกแซงการดำเนินงานใด ๆ แม้แต่การสนับสนุนทุนเพื่อการพัฒนาซึ่งเริ่มต้นในปี 2552 ก็เป็นเพียงการช่วยซื้อเครื่องมือประกอบอาชีพ เช่น รถไถนา รถรับ-ส่งนักเรียน หรือ เครื่องสีข้าวเท่านั้น

 

ในปี 2554 มูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทยเห็นควรให้จัดตั้งสำนักงานคู่ขนานไปกับการดำเนินงานของมูลนิธิชาวดอยฯ เพื่อร่วมในกระบวนการวิวัฒนาการทางการศึกษาให้เป็นระบบมากและยั่งยืนยิ่งขึ้น และเพื่อสนองต่อนโยบายการรับใช้สังคมที่ด้อยโอกาสกว่า จึงได้จัดตั้ง “บ้านมงฟอร์ตเพื่อการศึกษา” บนพื้นที่ด้านทิศตะวันตกของสำนักงานมูลนิธิฯชาวดอยฯ โดยมีหลักการดังนี้

 

วิสัยทัศน์ : การศึกษาเพื่อองค์ปัญญานิรันดร์

 

ปรัชญา : การศึกษาพัฒนาศักยภาพทุกมิติของมนุษย์สู่ขีดสูงสุด

 

พันธกิจ : ผสานทุกปัจจัยชีวิตที่เกี่ยวเนื่องในแต่ละบริบท และวัฒนาร่วมกระบวนการกับการศึกษาทุกระบบเพื่อ ชีวิต ที่เจริญ ยั่งยืนและเป็นสุข

 

นโยบาย :

  1. มุ่งให้ทุกชีวิตมีวิวัฒนาการด้วยความอิ่มเอิบ อบอุ่น อารี มีคุณธรรม คุณภาพสากล
  2. ผสานทุกปัจจัยเกี่ยวเนื่องให้มีวิวัฒนาการร่วมกับผู้เรียนในแต่ละบริบทอย่างเหมาะสม
  3. มุ่งให้ผู้เรียนได้พัฒนาศักยภาพทุกมิติตามสภาพเฉพาะตนสู่ขีดสูงสุด สมศักดิ์ศรีของบุคคล

วัตถุประสงค์ :

  1. เพื่อบูรณาการ การศึกษา เข้ากับ ความเชื่อ วัฒนธรรม ชุมชน และชีวิตที่ยั่งยืน
  2. เพื่อเป็นจุดร่วม ของการศึกษาในระบบ นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาสัย
  3. เพื่อนำร่อง สู่ความเป็นไปได้ / ทางเลือก / นวัตกรรมใหม่ ของการศึกษาคณะเซนต์คาเบรียล

 

เป้าหมาย :

  1. มีพื้นที่นัดพบของผู้เรียนจากการศึกษาและนักการศึกษาทุกระบบ ทุกระดับ
  2. เป็นพื้นที่นำร่องในการผสานบุคคลที่ขาดโอกาสทางการศึกษาในระบบ ได้มีวิวัฒนาการจากฐานทางสังคม ที่ด้อยกว่า สู่ความเป็นไปได้ในการกำหนดทางเดินสู่ความเจริญและความสุขตามสภาพเฉพาะของแต่ละ บุคคล จนบรรลุศักยภาพสูงสุดทุกมิติสมศักดิ์ศรีแห่งตน
  3. เป็นโอกาสให้การศึกษาเซนต์คาเบรียล ขยายพื้นที่บริการสู่สภาพและบริบทที่กว้างขึ้น โดยร่วมใน กระบวนการวิวัฒนาการไปกับชุมชนและบริบทในแต่ละพื้นที่
  4. มีข้อค้นพบเพื่อทางเลือก และ นวัตกรรม ของการศึกษาเซนต์คาเบรียล ในการแสดงความรับผิดชอบต่อ พัฒนาการของสังคมหลากรูปแบบมากขึ้น

 

แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาในทศวรรษที่ 1 (พ.ศ. 2554 – 2563)

 

วิสัยทัศน์ : การศึกษาที่บูรณาการร่วมกับ ชีวิต ความเชื่อ ชุมชน และวัฒนธรรม

 

พันธกิจ : เข้าสู่ชุมชนที่มีโอกาสน้อยกว่า และจัดตั้งหน่วยงานเพื่อร่วมวิวัฒนาการไปกับชุมชนในแต่ละบริบท

นโยบาย :

  1. มุ่งให้การดำเนินงานเป็นเนื้อเดียวกับชีวิต และ ชุมชนในแต่ละบริบท โดยหลีกเลี่ยงงานเชิงสังคมสงเคราะห์
  2. มุ่งสร้างความมั่นคงของหน่วยงานจากพื้นฐานของแต่ละบริบท โดยประสานร่วมมือกับหน่วยงานทางสังคม อื่น ๆ รวมทั้งหน่วยงานทางการศึกษา ทั้งในและนอกสังกัดคณะเซนต์คาเบรียล
  3. มุ่งให้การดำเนินงานตอบสนองแนวคิด ปรัชญา และ นโยบาย ของมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียล
 

วัตถุประสงค์ :

  1. เพื่อขยายผลจากการศึกษาในระบบให้ผสานกับการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาสัย
  2. เพื่อสร้างหน่วยงานที่ร่วมเดินไปกับผู้ด้อยโอกาสกว่าในบริบทที่สนองวิวัฒนาการในชีวิตจริงของชุมชน
  3. เพื่อแสวงหาวิธีการใหม่ในกระบวนการสร้างนวัตกรรมทางการศึกษาของมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียล
 

เป้าหมายเชิงคุณภาพ :

  1. ค้นพบทางเลือกและกระบวนการผสานการศึกษาเข้ากับชีวิต ความเชื่อ ชุมชน และวัฒนธรรม ในบริบทของพื้นที่ปฏิบัติการ
  2. ผู้เรียนและชุมชนมีวิวัฒนาการจากวิถีพื้นฐานของชุมชนไปสู่การเรียนรู้อย่างเป็นระบบมากขึ้น
 

ดรรชนีวัดความสำเร็จ

  1. มีฐานข้อมูลสังเคราะห์จากกิจกรรมในกระบวนการปฏิบัติงานจัดเก็บอย่างเป็นระบบ
  2. ผู้เรียนและชุมชนพัฒนาตนเองเป็นผู้ร่วมงานของกระบวนการปฏิบัติงานมากกว่าร้อยละ 20 ของผู้ปฏิบัติงาน
 

เป้าหมายเชิงประมาณ :

  1. มีสำนักงานที่ตอบสนองนโยบายขยายพื้นที่บริการทางการศึกษาของมูลนิธิคณะเซนต์คา เบรียลไปสู่ผู้คนชายขอบหรือผู้ด้อยโอกาสกว่า
  2. มีแหล่งข้อมูลจากข้อค้นพบ เพื่อบรรลุข้อสรุปกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการทางการศึกษา นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาสัยของมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียล

ดรรชนีวัดความสำเร็จ :

  1. มีสำนักงาน บุคลากร สถานที่และครุภัณฑ์พื้นฐานเพื่อการดำเนินงานและการเชื่อมโยงกับ เครือข่าย บุคคล และหน่วยงานทางสังคม อื่น ๆ รวมทั้งหน่วยงานทางการศึกษา ทั้งในและ นอกสังกัดคณะเซนต์คาเบรียล
  2. มีกระบวนการจัดกิจกรรมเพื่อผู้เรียนและนักการศึกษาทั้งในและนอกระบบได้ค้นคว้าและวิจัย จากการร่วมมีประสบการณ์ตรงกับชุมชน ตามประเด็นและเป้าหมายของแต่ละกลุ่ม
 

แผนงานประจำปีตามลำดับที่พอประมาณการณ์ได้

 

ปี 2554

  • จัดซื้อที่ดินและสร้างอาคารสำนักงานและอาคารพักอาศัย
  • ร่วมกับสำนักงานการศึกษานอกระบบตำบลดอยแก้ว อำเภอจอมทอง ก่อสร้างอาคารเรียนนอกระบบ
  • ร่วมกับชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านตำบลดอยแก้ว อำเภอจอมทอง จัดตั้งสถานีวิทยุชุมชน
  • จัดทำโครงสร้าง ระบบ วางแผนตำแหน่งงาน และบุคลากรของหน่วยงาน และนำเสนอเพื่อขออนุมัติจากมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียล
  • สังเคราะห์ รวมรวม และจัดระบบข้อค้นพบและกำหนดแผนการดำเนินงานของหน่วยงานและบุคลากร
  • จัดทำแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี และนำเสนอมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียล เพื่อพิจารณาอนุมัติ
  • จัดทำโครงการ และงบประมาณประจำปี และนำเสนอมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียล เพื่อพิจารณาอนุมัติ
 

ปี 2555

  • ปฏิบัติการตามระบบ และโครงสร้าง พร้อมทั้งจัดจ้างบุคลากรเข้าสู่ตำแหน่งต่าง ๆ ตามที่ได้รับการอนุมัติ จากมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียล
  • ปฏิบัติตามโครงการ แผนงาน ตามแผนยุทธศาสตร์และแผนประจำปีตามที่ได้รับการอนุมัติ - ร่วมในกระบวนการและการพัฒนาการศึกษากับ กศน. และหน่วยงานทางการศึกษาอื่น ๆ
  • ร่วมพัฒนา และร่วมกิจกรรมชุมชน กับชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านของตำบล และ บุคคล/หน่วยงาน อื่น ๆ
  • นำเสนอข้อค้นพบ และ จัดกิจกรรมทางการศึกษาร่วมกับหน่วยงานทั้งภายใน/นอก มูลนิธิเซนต์คาเบรียล
  • ประเมินผลการดำเนินงาน จัดทำโครงการและงบประมาณประจำปี พร้อมทั้งนำเสนอต่อมูลนิธิเซนต์ ฯ
 

ปี 2556

  • ปฏิบัติตามโครงการ แผนงาน ตามแผนยุทธศาสตร์และแผนประจำปีตามที่ได้รับการอนุมัติ
  • ร่วมในกระบวนการและการพัฒนาการศึกษากับ กศน. และหน่วยงานทางการศึกษาอื่น ๆ
  • ร่วมพัฒนา และร่วมกิจกรรมชุมชน กับชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้านของตำบล และ บุคคล/หน่วยงาน อื่น ๆ
  • นำเสนอข้อค้นพบ และ จัดกิจกรรมทางการศึกษาร่วมกับหน่วยงานทั้งภายใน/นอก มูลนิธิเซนต์คาเบรียล
  • ประเมินผลการดำเนินงาน จัดทำโครงการและงบประมาณประจำปี พร้อมทั้งนำเสนอต่อมูลนิธิเซนต์ ฯ
 
แผนงานและโครงการประจำปี 2554
 

ความเป็นมา หลักการ และเหตุผล


ผลจากการที่สมาชิกมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลได้ผสานงานและร่วมเดินทางกับมูลนิธิชาวดอยร่วมรู้รักสามัคคีเพื่อชีวิตตลอดเวลา 7 ปีที่ผ่านมา ได้ทำให้การดำเนินงานของมูลนิธิทั้งสองประสานเป็นเนื้อเดียวกัน โดยผลสัมฤทธิ์ทุกประการถูกประกาศเป็นทรัพย์สิน และผลงานของมูลนิธิชาวดอยฯ กลุ่มผู้ก่อตั้ง ผู้สนับสนุนและมวลสมาชิกชาวดอยได้เคารพมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลในฐานะผู้ร่วมเดินทางที่เป็นเนื้อเดียวกับมูลนิธิชาวดอยฯ การดำเนินงานและผลงานทั้งมวลจึงเป็นของมูลนิธิชาวดอยฯ เพื่อมูลนิธิชาวดอยฯ โดยมูลนิธิชาวดอยฯ ผู้สนับสนุน และ มูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียล

 

ด้วยหลักการของมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรีบล ที่มุ่งแบ่งปัน และรับใช้สังคมทางด้านการศึกษา เฉพาะอย่างยิ่งมุ่งแบ่งปันและรับใช้ผู้คนชายขอบของสังคมและผู้ด้อยโอกาสกว่า โดยมุ่งเพียงขยายพื้นที่บริการและไม่มีนโยบายครอบครองทรัพย์สินหรือกิจการใด ๆ ของกลุ่มเป้าหมายเสมอมา มูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลจึงได้สนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิชาวดอยฯ ตามวัตถุประสงค์ แผนงาน และโครงการ ของมูลนิธิชาวดอยฯ และมิได้มุ่งหมายเอาส่วนหนึ่งส่วนใดของผลงานเหล่านั้นมาเป็นของมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียล

 

ดังนั้น แม้ในปี 2554 ที่มูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลประกาศจัดตั้งสำนักงานคู่ขนานไปกับการดำเนินงานของมูลนิธิชาวดอยฯ เพื่อร่วมในกระบวนการวิวัฒนาการทางการศึกษาให้เป็นระบบมากและยั่งยืนยิ่งขึ้น และเพื่อสนองต่อนโยบายการรับใช้สังคมที่ด้อยโอกาสกว่า โดยให้ชื่อหน่วยงานนี้ว่า “บ้านมงฟอร์ตเพื่อการศึกษา” นั้น มูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลยังคงถือหลักการแบ่งปันและรับใช้โดยไม่ครอบครองทรัพย์สินหรือกิจการใด ๆ ของกลุ่มเป้าหมายเช่นเดิม

 

บ้านมงฟอร์ตเพื่อการศึกษานี้จึงถือเป็นการแบ่งปันจากมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียล ให้กับสังคม มีสถานภาพเป็นหน่วยงานหนึ่งในสังกัดมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียล การจัดตั้งและการดำเนินงานใด ๆ ของบ้านนี้จึงถือเป็นทรัพย์สินและกิจการที่แยกเป็นเอกเทศ บ้านมงฟอร์ตเพื่อการศึกษานี้จะยังคงร่วมในสภาพงานอันใกล้ชิดกับมูลนิธิชาวดอยฯ ดังที่ผ่านมา เพียงแต่จะมีสถานภาพเป็นหน่วยงาน จึงทำให้ดูแตกต่างไปจากเดิมบ้างเท่านั้น

 

บ้านมงฟอร์ตเพื่อการศึกษานี้ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 2 ไร่ 1 งาน 53 ตารางวา มูลค่าไร่ละ 270,000 บาท
รวมมูลค่าที่ดิน 643,275 บาท มีอาคารเพื่อรวบรวมข้อมูลและศึกษาค้นคว้า ขนาด144 ตารางเมตร และ
อาคารพักอาศัย/รับรอง ขนาด 352 ตารางเมตร ตามรายการสรุปดังนี้

 

ที่ดิน 2 ไร่ 1 งาน 53 ตารางวา มูลค่า 643,275.00 บาท
อาคารค้นคว้า 144 ตารางเมตร *7,500.00 1,808,000.00 บาท
อาคารที่พัก 352 ตารางเมตร * 7,500.00 2,640,000.00 บาท
ระบบน้ำ และ ระบบไฟฟ้า 400,000.00 บาท
รวมมูลค่าการจัดซื้อและก่อสร้างทั้งสิ้น 5,491,275.00 บาท
  (ห้าล้านสี่แสนเก้าหมื่นหนึ่งพันสองร้อยเจ็ดสิบห้าบาทภ้วน)

 

สรุปสภาพจริง แนวคิด แผนงาน และนำเสนอ
โดย ภ.อนุรักษ์ นิธิภัทราภรณ์
14 มีนาคม 2554
บทความที่เกี่ยวข้อง  
ไปแอ่วเจียงใหม่มา  
Going Up Hills, ’Deeper’ Up Mountain